ป้องกันอย่างไร ไม่ให้ลูกรักถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ถ้าเว็บบอร์ดของท่านเกี่ยวกับ สุขภาพและความสามารถ สามารถแนะนำไว้ในหมวดนี้ ไม่ว่าจะเป็น Alternative, Beauty, Dentistry, Fitness & Nutrition, Medical, Pharmaceuticals ท่านสามารถลงได้ในหมวดนี้

Moderator: phpbb, mindphp, ผู้ดูแลกระดาน

ภาพประจำตัวสมาชิก
Achana Jrs
phpBBThailand Jr. Member
phpBBThailand Jr. Member
โพสต์: 18
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.พ. 2020, 14:48

ป้องกันอย่างไร ไม่ให้ลูกรักถูกล่วงละเมิดทางเพศ

โพสต์โดย Achana Jrs » 23 มิ.ย. 2020, 14:59

เพราะลูกเปรียบได้ดังแก้วตาดวงใจของพ่อและแม่ แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบันโดยเฉพาะในภาวะโควิด-19 ทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องฝากบุตรหลานไว้ให้อยู่ในความปกครองของญาติสนิทหรือคนใกล้ชิด แต่ก็ใช่ว่า “บ้าน” หรือ “ครอบครัว” ของญาติสนิทหรือคนใกล้ชิด จะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคนเสมอไป (อ่าน 5 วิธีสังเกตบุตรหลาน อาจโดนล่วงละเมิดทางเพศ คลิก https://www.smk.co.th/newsdetail/1608) เมื่อต้องอยู่ห่างไกลกันแบบนี้ แล้วจะมีวิธีการอย่างไรในการดูแลหรืออบรมสั่งสอนบุตรหลานให้รู้จักวิธีป้องกันตัวเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนใกล้ชิด

สอนลูกรักอย่างไร ให้ปลอดภัยจากการถูกล่วงละเมิด

ข้อมูลจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (http://rh.anamai.moph.go.th/) อ้างอิงข้อมูลจากแฟนเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา โดย “หมอมิน-พญ.เบญจพร ตันตสูติ” จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และแอดมินเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา ระบุถึงวิธีดูแลสั่งสอนบุตรหลาน ให้ปลอดภัยจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศไว้ว่า

   1. สอนให้รู้จักร่างกาย ให้ลูกเรียนรู้เรื่องอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงอวัยวะเพศโดยใช้ชื่อที่เด็กเข้าใจ ไม่ต้องเป็นชื่อทางการ แต่เมื่อถึงวัยที่ลูกรู้ความแตกต่างระหว่างเพศชายและเพศหญิง พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกเรียกด้วยคำที่ถูกต้อง เพราะเมื่อเกิดปัญหาและลูกต้องการบอกเล่า การใช้คำทางการทำให้มีความเข้าใจตรงกันจะช่วยอธิบายเรื่องราวได้อย่างถูกต้อง

   2. สอนเรื่องเพศให้เหมาะสมกับวัย เด็กในวัยอนุบาลที่มีอายุ 3 – 5 ปี จะเป็นช่วงที่สนใจเรื่องเพศได้บ่อย โดยแสดงออกมาอย่างเปิดเผย จะคอยซักถามว่าแม่คลอดหนูมาอย่างไร หนูเกิดมาทางไหน ทำไมหนูถึงไม่เหมือนพี่ชาย พ่อแม่ควรตอบสิ่งที่เด็กอยากรู้ง่าย ๆ ตรงไปตรงมา เท่าที่เด็กวัยนี้ควรจะรู้ ความสนใจของเด็กก็จะได้รับการตอบสนอง สุดท้ายก็จะเปลี่ยนความสนใจไปยังสิ่งอื่นแทน

   3. บอกพื้นที่ส่วนตัว บอกลูกว่าส่วนไหนบนร่างกายที่คนอื่นห้ามสัมผัส ห้ามจ้องมอง ห้ามถ่ายรูป เช่น หน้าอก และอวัยวะเพศ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำสิ่งนี้กับลูกได้ ส่วนไหนบนร่างกายที่พ่อแม่เท่านั้นที่สัมผัสได้ และเมื่อลูกโตเป็นหนุ่มสาวแล้วพ่อแม่ต้องคอยดูแล แนะนำ โดยให้ระมัดระวังการสัมผัสร่างกายของลูก และให้ลูกมีพื้นที่ส่วนตัว เช่น การแยกห้องนอน

   4. เน้นย้ำสิทธิในร่างกายตัวเอง ย้ำกับลูกเสมอว่าลูกมีสิทธิในร่างกายของลูกคนเดียวเท่านั้น หากไม่ยอมให้ใครมาสัมผัส ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิมาสัมผัส นอกจากการสัมผัสเพื่อทำความสะอาดหรือการรักษาจากแพทย์ หากใครมาสัมผัสแล้วรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ ต้องกล้าบอกไปว่าไม่ชอบหรือไม่พอใจ

   5. สอนให้รู้จักปฏิเสธ ถ้ามีคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่มาสัมผัสพื้นที่สงวนของร่างกาย สอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธ ต้องพูดไปเลยว่า “ไม่ได้” และอาจจะส่งเสียงขอความช่วยเหลือดัง ๆ และวิ่งหนีออกมาไม่ต้องเกรงใจ

   6. ให้รู้จักสัมผัสที่ปลอดภัย บอกลูกว่าสัมผัสแบบใดคือสัมผัสที่ปลอดภัย สามารถทำได้ เช่น สัมผัสของ พ่อแม่ ญาติ หรือพี่เลี้ยง ที่จำเป็นต้องช่วยลูกในการทำความสะอาดร่างกาย สัมผัสของแพทย์เพื่อตรวจรักษาร่างกาย แต่บอกลูกว่าพ่อแม่จะอยู่ด้วยเสมอ หรือบางครั้งการสัมผัสของครูในวิชาเรียนบางอย่างอาจต้องมีการสัมผัสกันเล็กน้อย

   7. อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า สอนลูกว่าอย่าไว้ใจคนเเปลกหน้าที่มาคุยเด็ดขาดหรืออ้างว่ารู้จักกับพ่อเเม่ก็ตาม ถึงเเม้คนเหล่านั้นจะเอาขนมมาให้กินก็อย่ากินเด็ดขาด ไม่ต้องเกรงใจแม้ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นคนที่เด็กเคารพก็ตาม เนื่องจากคนที่ทำอนาจารบางครั้งอาจจะเป็นคนใกล้ชิด

   8. ไม่ใจอ่อนหรือปิดบัง กำชับลูกเสมอว่า ไม่ว่าคนที่ทำลูกจะขอร้องหรือขู่อย่างไร หากลูกไม่พอใจในสิ่งที่ถูกกระทำ ลูกต้องบอกพ่อแม่ทันที ไม่ต้องปิดเป็นความลับ ไม่มีใครทำอะไรลูกได้เด็ดขาด เพื่อให้ลูกมั่นใจว่าพ่อแม่สามารถปกป้องเขาได้

   9. พูดคุยกับลูกเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ หาบรรยากาศสบาย ๆ สอนให้ลูกเข้าใจตนเอง และความหมายการล่วงละเมิด สิทธิที่จะปกป้องตัวเอง หากลูกสงสัยจะได้ถามพ่อแม่ได้ตรง ๆ ไม่รู้สึกกดดัน เพื่อที่ลูกเกิดความวางใจและมั่นใจ

เพราะปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กส่งผลกระทบทั้งต่อร่างกายและจิตใจได้อย่างมากมาย พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรหมั่นสังเกตเด็กที่อยู่ในความดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพราะบางครั้งพวกเขาก็ยังเด็กเกินกว่าที่จะอธิบายได้เมื่อเจอกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก สินมั่นคงประกันสุขภาพ https://www.smk.co.th/prehealth.aspx

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 8 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน