ขับรถเข้าเมืองจะปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 หรือไม่ ?

ถ้าเว็บบอร์ดของท่านเกี่ยวกับ สุขภาพและความสามารถ สามารถแนะนำไว้ในหมวดนี้ ไม่ว่าจะเป็น Alternative, Beauty, Dentistry, Fitness & Nutrition, Medical, Pharmaceuticals ท่านสามารถลงได้ในหมวดนี้

Moderator: phpbb, mindphp, ผู้ดูแลกระดาน

ตอบกลับโพส
tawann8
phpBBThailand Jr. Member
phpBBThailand Jr. Member
โพสต์: 11
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2020, 14:33

ขับรถเข้าเมืองจะปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 หรือไม่ ?

โพสต์ โดย tawann8 »

หลายคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตอนเช้าในหลายพื้นที่ จากการสังเกตท้องฟ้ายามเช้าจะพบความหนาแน่นของฝุ่นละอองที่มองเห็นคล้ายหมอก ที่เกิดจากฝุ่นขนาดเล็กเกาะตัวร่วมกับกลุ่มหมอก กลายเป็นหมอกที่มีสีน้ำตาลจางๆ ซึ่งเกิดจากฝุ่นและหมอกรวมกัน จึงทำให้เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่เมื่อสายก็ยังไม่สลายไป ซึ่งเป็นกลุ่มฝุ่นควันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้หากสูดดมเข้าไปเกิดการสะสมต่อเนื่อง แล้วการขับรถซึ่งเราอยู่ในรถจะปลอดภัยจากฝุ่น  "PM2.5 " ได้หรือไม่ มีความเสี่ยงแค่ไหน และ ควรทำอย่างไรบ้างกับรถยนต์ในช่วงภาวะมีมลพิษทางอากาศสูง มีคำแนะนำมาบอกกันดังนี้


อยู่ในรถปลอดภัยจากฝุ่นหรือไม่ ?

รถยนต์ที่มีกรองอากาศที่ดีและสามารถกรองกลิ่นได้ ก็ไม่ปลอดภัยจากฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ทั้งหมด แต่ไม่เสี่ยงเท่ากับการเดินข้างถนน สามารถการขับรถตามปกติก็ไม่ได้เป็นอันตราย เว้นเสียแต่เปิดกระจกขณะขับรถ หรือหากรถของเรามีปัญหาเรื่องการกรองอากาศ  หรืออากาศภายนอกเข้าสู่รถได้ เช่นได้กลิ่นเหม็นควันรถขณะรถติดไฟแดง ควรนำไปตรวจเช็ค หรือ เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ



อย่าลืมเปิดระบบแอร์หมุนวนภายในรถ ?

ควรเปิดระบบอากาศหมุนวนภายในห้องโดยสาร เพื่อปิดช่องรับอากาศจากภายนอก แล้วใช้อากาศภายในห้องโดยสารหมุนเวียน ผ่านช่องที่อยู่บริเวณคอนโซลหน้ารถผ่านกรองแอร์แทน



ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศตอนไหน?
แผ่นกรองอากาศแอร์ควรเปลี่ยนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุก ๆ 15,000 กิโลเมตร

ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มีช่องสำหรับกรองแอร์ควรตรวจเช็คดู เพราะบางครั้งรถยนต์รุ่นนั้นมีที่ใส่กรอง แต่ไม่มีกรองอยู่ก็ได้ ตำแหน่งของกรองแอร์ส่วนใหญ่อยู่หลังลิ้นชักฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า

หากรถยนต์ของไม่มีกรองแอร์ ก็สามารถเพิ่มกรองอากาศได้ ติดตั้งกรองแอร์บริเวณที่ดูดลมภายในห้องโดยสาร  หรือซื้อเครื่องฟอกอากาศในรถแทนได้



สำหรับข้อแนะนำข้างต้นเป็นทางรับมือกับปัญหาฝุ่นละอองเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่การแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ซึ่งเราเองก็สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยลดมลพิษในอากาศได้อีกทางหนึ่ง ก็คือการหมั่นดูแลรักษารถของเราให้ดีอยู่เสมอ หากรถของเรามีอายุการใช้งานมากก็ต้องหมั่นดูแลเป็นพิเศษต้องตรวจเช็คตามระยะเวลา ไม่ให้เกิดควันพิษจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่เป็นอันตรายนั้นเอง การขับรถในเมืองจะพบกับปัญหามากมาย ทั้งฝุ่นควัน การจราจรที่คับคั่ง อุบัติเหตุ นอกจากการป้องกันมลพิษเเล้ว อย่าลืมป้องกันทุกอุบัติเหตุด้วยประกันรถยนต์ด้วย
ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 7 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน